อาจารย์ ธนชาต พุทธรักษ์ สอนเพาะเห็ดเยื่อไผ่

ทำไมต้องเป็นเห็ดเยื่อไผ่

จะยุคไหน ๆ เห็ดก็เป็นสินค้าเกษตรที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอยู่ตลอด ดูได้จากราคาของเห็ดสด ราคา 5,000 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งไม่มีทีท่าจะลดลงไปเลย ทั้งนี้ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะนำไปต้ม ต้มยำ ผัด แกง นำมาชุปแป้งทอด ก็อร่อยไม่แพ้กัน อีกทั้งคุณค่าทางโภชนาการสูงถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นอาหารที่ปลอดภัยไร้สารเคมี ก็ยิ่งทำให้ผู้บริโภคที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพในปัจจุบันหันมารับประทานเห็ดเยื่อไผ่กันมากขึ้น

ขณะเดียวกันการเพาะเห็ดเยื่อไผ่ถือเป็นอาชีพที่มีความสำคัญ สร้างรายได้ให้เกษตรทุกยุคทุกสมัยเช่นเดียวกัน โดยรูปแบบมีทั้งแบบง่ายๆ เพาะภายในบริเวณบ้าน ก็มีผลิตไว้รับประทานหรือไว้ขายได้ไม่ยาก และถ้ามีที่ดินเยอะๆหลายร้อยไร่และแถมยังมีทุนเยอะอีกถึงเวลานั้นควรพัฒนาการเพาะเห็ดเชิงพาณิชย์อย่างจริงจังกันเลยครับ มีโรงเรือนที่เป็นมาตรฐาน ก็ทำให้ได้ผลผลิตจำนวนมากขึ้นและมีความต่อเนื่อง หรือเป็นการเพาะเห็ดอย่างครบวงจรไปเลย ทำเชื้อเห็ดด้วยตัวเอง ลงแปลงเห็ดเอง ก็สามารถทำได้เช่นกัน ส่วนการจัดจำหน่ายก็ไม่ใช่เรื่องยาก ผมแนะนำเบื่องต้นนำไปให้คนรู้จักได้บริโภคลำดับแรกก็เรานำเห็ดเยื่อไผ่ เห็ดเป็นยาระดับโลกเป็นของดีมาบริการให้ถึงหน้าบ้านไม่มีคนไหนที่ได้กินแล้ว อดถามไม่ได้ว่าขายยังงั้ย กิโลกรัมกี่บาท แค่นี้เองจริงครับ

ต่อมาทำให้คนอื่นรู้จักโดยการประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์ ไลน์ หรือ เฟสบุค แค่นี้จริงๆ เนื่องจากเป็นสินค้าที่ตลาดยังขาดแคลนอยู่มีความต้องการสูง เห็ดนอกจากเป็นอาหารชั้นดีแล้ว ยังสามารถนำมาสกัดเป็นยาแผนโบราณชั้นสูงได้อีกด้วย เห็ดมีสารสำคัญที่บำรุงระบบประสาท และ บำรุงสมอง เด็กรับประทานได้ ผู้ใหญ่รับประทานยิ่งดีต่อสุขภาพเลยครับ อย่างไรก็ตาม ด้วยความหลากหลายของสายพันธุ์เห็ดเยื่อไผ่ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ผมจะขอแนะนำเฉพาะสายพันธุ์เชิงพาณิชย์เท่านั้น คือ สายพันธุ์จืน กระโปรงยาว และสายพันธุ์จืน กระโปรงสั้น เหมาะนำมาสกัดเป็นครีมรักษาฝ้า เซรั่ม และเห็ดเยื่อไผ่สายพันธุ์ไทย กระโปรงยาว สายพันธุ์ไทย กระโปรงสั้น นำมาสกัดเป็นเครื่องสำอางครีมบำรุงหน้าใส ครีมหน้าเด้งได้เหมือนกัน